ข้ามไปยังเนื้อหา · Skip to content
แนวคิด

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แอป แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นเจ้าของ

ตามสั่ง-ตามส่งไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “จะทำแอปส่งอาหารให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร” แต่เริ่มจากคำถามว่า ถ้าแพลตฟอร์มกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตประจำวันไปแล้ว เหตุใดชุมชนที่ใช้มันจึงไม่มีสิทธิ์กำกับดูแลมันเลย

จุดตั้งต้น

ทุกฝ่ายถูกเอาเปรียบ ไม่ใช่แค่ไรเดอร์

งานวิจัยเรื่องผลกระทบของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มชี้ให้เห็นว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโมเดลแพลตฟอร์ม รวมถึงผู้บริโภคเอง มักตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาเปรียบโดยบริษัทแพลตฟอร์ม การระบาดของโควิด-19 ทำให้ภาพนี้ชัดขึ้น เมื่อร้านอาหารต้องจ่ายค่าคอมมิชชันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ค่าตอบแทนของไรเดอร์กลับลดลง

เพื่อสร้างผลกระทบแบบเครือข่าย บริษัทขนาดใหญ่มักบิดเบือนกลไกตลาดด้วยการทุ่มตลาดและสร้างอุปสงค์เทียม กลยุทธ์นี้ดึงผู้ใช้ได้ในระยะสั้น แต่ทำลายตลาดในระยะยาว และอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของตลาดได้

“ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโมเดลแพลตฟอร์ม รวมถึงผู้บริโภค มักถูกเอาเปรียบโดยบริษัทแพลตฟอร์ม”

ตัวเลขที่เปลี่ยนคำถาม

รายได้ของผู้ขับขี่ลดลงเกือบ50%ภายใต้สถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มแบบบรรษัท ตัวเลขนี้ไม่ใช่ผลข้างเคียง แต่เป็นผลลัพธ์ที่ระบบออกแบบมา

กรอบคิด

Social
Solidarity
Economy

เศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ไม่ใช่การกุศล และไม่ใช่การปฏิเสธการทำธุรกิจ แต่คือการเปลี่ยนคำถามว่าธุรกิจนี้ทำเพื่อใคร

คุณค่าหลัก

  • ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากกว่าผู้ถือหุ้น
  • มุ่งหวังผลประโยชน์ร่วมกันเหนือการแสวงกำไร
  • เน้นความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
หลักการของเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์สอดคล้องกับหลักการสหกรณ์ทั้งเจ็ดข้อ นี่คือเหตุผลที่โมเดลสหกรณ์จึงเป็นจุดตั้งต้นของโครงการ
โมเดล

สหกรณ์แบบหลายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภค ร่วมกันกำหนดขั้นตอนการทำงาน ค่าธรรมเนียม และวิธีดำเนินงาน แทนที่จะรับกติกาที่ประกาศลงมาจากบริษัท

กติกาที่ตกลงร่วมกัน

ค่าธรรมเนียมและขั้นตอนต่าง ๆ เกิดจากวงประชุมที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอระหว่างทั้งสามฝ่าย ไม่ใช่การแจ้งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางแอป

นวัตกรรมที่โมเดลนี้เปิดทาง

เมื่อทุกฝ่ายออกแบบร่วมกัน สิ่งที่แพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ไม่ทำก็เกิดขึ้นได้ เช่น การสั่งจากหลายร้านในออเดอร์เดียว ซึ่งช่วยลดต้นทุนธุรกรรมของทุกฝ่าย

ประชาธิปไตยในที่ทำงาน

โมเดลสหกรณ์และเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและประชาธิปไตยในที่ทำงาน และเปลี่ยนเป้าหมายจากกำไรสูงสุดไปสู่ประโยชน์ของชุมชน

อุปสรรค

กฎหมายสหกรณ์ไทยยังตามไม่ทัน

แม้หลักการสหกรณ์จะเป็นคำตอบที่ตรงที่สุด แต่กฎหมายสหกรณ์ของไทยยังล้าสมัยและมีข้อจำกัดมาก การจดทะเบียนในรูปสหกรณ์จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ใช้ได้จริงเสมอไปสำหรับกิจการรูปแบบใหม่

ข้อเสนอของโครงการจึงเป็นการนำหลักการสหกรณ์ไปใช้กับนิติบุคคลรูปแบบอื่น ๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้เศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์เกิดขึ้นได้จริงโดยไม่ต้องรอการแก้กฎหมาย

ความเหลื่อมล้ำคือรากของวิกฤต

วิกฤตที่โลกเผชิญอยู่ในเวลานี้มีความเหลื่อมล้ำในทุกมิติเป็นรากฐานร่วมกัน สหกรณ์และเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์จึงไม่ใช่เรื่องของการทำธุรกิจให้ใจดีขึ้น แต่เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจในการตัดสินใจ

งานวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่

สองโมเดลความเป็นเจ้าของ บนชายฝั่งภาคใต้

รายงานThai Delivery Reimaginedเปรียบเทียบการดำเนินงานสองรูปแบบของตามสั่ง-ตามส่ง เพื่อดูว่าโครงสร้างความเป็นเจ้าของแบบใดทำงานได้ดีกว่าในบริบทไทย

สุราษฎร์ธานี

สหกรณ์ที่ผู้ขับขี่เป็นเจ้าของ

ผู้ขับขี่เป็นเจ้าของและบริหารกิจการเอง โครงสร้างเรียบง่าย การตัดสินใจรวดเร็ว และผลตอบแทนตกอยู่กับผู้ทำงานโดยตรง

ภูเก็ต

สหกรณ์แบบหลายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ร้านค้า ผู้ขับขี่ และผู้บริโภคร่วมเป็นเจ้าของ ประสานงานยากกว่า แต่เปิดทางให้บูรณาการเป้าหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน

ทั้งสองแบบมีเป้าหมายร่วมกันสามข้อ คือ ลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ สร้างมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม และกู้รายได้ของผู้ขับขี่กลับคืนมา

อ่านฉบับเต็ม

SSRN · 2024

Thai Delivery Reimagined

รายงานว่าด้วยการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในเศรษฐกิจกิ๊กของไทย ผ่านกรณีศึกษาตามสั่ง-ตามส่ง

SSRN
ILO · 2023

บทสัมภาษณ์: อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ

องค์การแรงงานระหว่างประเทศสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ฐานชุมชน

ILO

เห็นด้วยกับแนวคิดนี้?

แนวคิดจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีคนลงมือทำในพื้นที่จริง หากชุมชนของคุณสนใจ เรายินดีคุยตั้งแต่ต้น