Thai Delivery Reimagined
รายงานว่าด้วยการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในเศรษฐกิจกิ๊กของไทย ผ่านกรณีศึกษาตามสั่ง-ตามส่ง
ตามสั่ง-ตามส่งไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “จะทำแอปส่งอาหารให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร” แต่เริ่มจากคำถามว่า ถ้าแพลตฟอร์มกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตประจำวันไปแล้ว เหตุใดชุมชนที่ใช้มันจึงไม่มีสิทธิ์กำกับดูแลมันเลย
งานวิจัยเรื่องผลกระทบของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มชี้ให้เห็นว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโมเดลแพลตฟอร์ม รวมถึงผู้บริโภคเอง มักตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาเปรียบโดยบริษัทแพลตฟอร์ม การระบาดของโควิด-19 ทำให้ภาพนี้ชัดขึ้น เมื่อร้านอาหารต้องจ่ายค่าคอมมิชชันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ค่าตอบแทนของไรเดอร์กลับลดลง
เพื่อสร้างผลกระทบแบบเครือข่าย บริษัทขนาดใหญ่มักบิดเบือนกลไกตลาดด้วยการทุ่มตลาดและสร้างอุปสงค์เทียม กลยุทธ์นี้ดึงผู้ใช้ได้ในระยะสั้น แต่ทำลายตลาดในระยะยาว และอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของตลาดได้
“ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโมเดลแพลตฟอร์ม รวมถึงผู้บริโภค มักถูกเอาเปรียบโดยบริษัทแพลตฟอร์ม”
รายได้ของผู้ขับขี่ลดลงเกือบ50%ภายใต้สถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มแบบบรรษัท ตัวเลขนี้ไม่ใช่ผลข้างเคียง แต่เป็นผลลัพธ์ที่ระบบออกแบบมา
เศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ไม่ใช่การกุศล และไม่ใช่การปฏิเสธการทำธุรกิจ แต่คือการเปลี่ยนคำถามว่าธุรกิจนี้ทำเพื่อใคร
ร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภค ร่วมกันกำหนดขั้นตอนการทำงาน ค่าธรรมเนียม และวิธีดำเนินงาน แทนที่จะรับกติกาที่ประกาศลงมาจากบริษัท
ค่าธรรมเนียมและขั้นตอนต่าง ๆ เกิดจากวงประชุมที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอระหว่างทั้งสามฝ่าย ไม่ใช่การแจ้งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางแอป
เมื่อทุกฝ่ายออกแบบร่วมกัน สิ่งที่แพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ไม่ทำก็เกิดขึ้นได้ เช่น การสั่งจากหลายร้านในออเดอร์เดียว ซึ่งช่วยลดต้นทุนธุรกรรมของทุกฝ่าย
โมเดลสหกรณ์และเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและประชาธิปไตยในที่ทำงาน และเปลี่ยนเป้าหมายจากกำไรสูงสุดไปสู่ประโยชน์ของชุมชน
แม้หลักการสหกรณ์จะเป็นคำตอบที่ตรงที่สุด แต่กฎหมายสหกรณ์ของไทยยังล้าสมัยและมีข้อจำกัดมาก การจดทะเบียนในรูปสหกรณ์จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ใช้ได้จริงเสมอไปสำหรับกิจการรูปแบบใหม่
ข้อเสนอของโครงการจึงเป็นการนำหลักการสหกรณ์ไปใช้กับนิติบุคคลรูปแบบอื่น ๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้เศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์เกิดขึ้นได้จริงโดยไม่ต้องรอการแก้กฎหมาย
วิกฤตที่โลกเผชิญอยู่ในเวลานี้มีความเหลื่อมล้ำในทุกมิติเป็นรากฐานร่วมกัน สหกรณ์และเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์จึงไม่ใช่เรื่องของการทำธุรกิจให้ใจดีขึ้น แต่เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจในการตัดสินใจ
รายงานThai Delivery Reimaginedเปรียบเทียบการดำเนินงานสองรูปแบบของตามสั่ง-ตามส่ง เพื่อดูว่าโครงสร้างความเป็นเจ้าของแบบใดทำงานได้ดีกว่าในบริบทไทย
ผู้ขับขี่เป็นเจ้าของและบริหารกิจการเอง โครงสร้างเรียบง่าย การตัดสินใจรวดเร็ว และผลตอบแทนตกอยู่กับผู้ทำงานโดยตรง
ร้านค้า ผู้ขับขี่ และผู้บริโภคร่วมเป็นเจ้าของ ประสานงานยากกว่า แต่เปิดทางให้บูรณาการเป้าหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
ทั้งสองแบบมีเป้าหมายร่วมกันสามข้อ คือ ลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ สร้างมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม และกู้รายได้ของผู้ขับขี่กลับคืนมา
แนวคิดจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีคนลงมือทำในพื้นที่จริง หากชุมชนของคุณสนใจ เรายินดีคุยตั้งแต่ต้น