ข้ามไปยังเนื้อหา · Skip to content
ผลลัพธ์และงานวิจัย

ไม่ใช่แค่แอป แต่เป็นงานวิจัยที่ยังเดินอยู่

ตามสั่ง-ตามส่งเป็นโครงการนำร่องภายใต้สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทดลองว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นของชุมชนได้จริงหรือไม่ และในรูปแบบใด

2563
เริ่มต้นที่ซอยลาดพร้าว 101 (ค.ศ. 2020)
70+
ร้านค้าในพื้นที่ลาดพร้าว 101
44
วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ร่วมโครงการในพื้นที่แรก
3–5
ตารางกิโลเมตร คือขนาดพื้นที่ที่โมเดลนี้ออกแบบมาให้ทำงาน
โมเดล

สหกรณ์แพลตฟอร์มแบบหลายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

แทนที่จะมีเจ้าของเพียงกลุ่มเดียว ตามสั่ง-ตามส่งออกแบบให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามฝ่าย — ร้านค้า วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และผู้บริโภค — เป็นเจ้าของและร่วมบริหารแพลตฟอร์มด้วยกัน กติกาต่าง ๆ เกิดจากการตกลงร่วมกันในวงประชุมที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ประกาศจากส่วนกลาง

แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากขบวนการ platform cooperativism หลังจากทีมงานเข้าร่วมหลักสูตรออนไลน์ของ Platform Cooperativism Consortium ในปี 2563

ร้านค้า

ตั้งราคาเอง ได้รับเงินเต็มจำนวน และมีเสียงในการกำหนดกติกา

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ทำงานในระบบวินเดิมที่มีอยู่ ไม่ถูกดึงออกจากจุดจอด และไม่ถูกลงโทษด้วยระบบคะแนน

ผู้บริโภค

จ่ายค่าส่งตามจริง เห็นต้นทุนอย่างโปร่งใส และเงินยังหมุนอยู่ในชุมชน

สิ่งแวดล้อม

ส่งอาหารโดยไม่ต้องทิ้งพลาสติก

ที่ภูเก็ต ตามสั่ง-ตามส่งร่วมกับ GIZ และมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมภูเก็ต ดำเนินโครงการ “Less Plastics in Phuket” โดยเปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียว มาเป็นปิ่นโตที่ใช้ซ้ำได้

  • ออเดอร์แรก ลูกค้าได้รับอาหารในปิ่นโตโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ออเดอร์ถัดไป คืนปิ่นโตใบเดิมให้วิน หรือวางมัดจำ 270 บาทซึ่งคืนได้เมื่อส่งปิ่นโตคืน
  • เป้าหมายคือให้ปิ่นโตหมุนเวียนในระบบ มากกว่าการเก็บเงินมัดจำ

โครงการนี้เชื่อมโยงกับโครงการ “Rethinking Plastics – Circular Economy Solutions to Marine Litter” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปและกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

เวทีหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่การอบรมการใช้งานแอปพลิเคชันกับวิน
สิ่งที่เราเรียนรู้

บทเรียนจากการลองผิดลองถูก

ลูกค้าพร้อม แต่ร้านยังติดขัด

ในกรุงเทพฯ ลูกค้าสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ร้านค้าจำนวนน้อยที่มีทางเลือกให้ และการต้องจัดการบรรจุภัณฑ์หลายแบบกลายเป็นภาระ

ต้องคุยกันทั้งวง ไม่ใช่ทีละฝ่าย

ความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายในพื้นที่ และการพูดคุยอย่างต่อเนื่องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายพร้อมกัน

ภูเก็ตทำได้ครบสามด้าน

โครงการที่ภูเก็ตแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ในการบูรณาการเป้าหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน

ทิศทางต่อไป

เปรียบเทียบสองโมเดลความเป็นเจ้าของ

งานวิจัยระยะถัดไปเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างโมเดลสหกรณ์หลายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ภูเก็ต กับโมเดลสหกรณ์ผู้ทำงานที่วางแผนไว้ที่สุราษฎร์ธานี โดยพิจารณาทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงานและคุณภาพของความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย