ลูกค้าพร้อม แต่ร้านยังติดขัด
ในกรุงเทพฯ ลูกค้าสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ร้านค้าจำนวนน้อยที่มีทางเลือกให้ และการต้องจัดการบรรจุภัณฑ์หลายแบบกลายเป็นภาระ
ตามสั่ง-ตามส่งเป็นโครงการนำร่องภายใต้สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทดลองว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นของชุมชนได้จริงหรือไม่ และในรูปแบบใด
แทนที่จะมีเจ้าของเพียงกลุ่มเดียว ตามสั่ง-ตามส่งออกแบบให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามฝ่าย — ร้านค้า วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และผู้บริโภค — เป็นเจ้าของและร่วมบริหารแพลตฟอร์มด้วยกัน กติกาต่าง ๆ เกิดจากการตกลงร่วมกันในวงประชุมที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ประกาศจากส่วนกลาง
แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากขบวนการ platform cooperativism หลังจากทีมงานเข้าร่วมหลักสูตรออนไลน์ของ Platform Cooperativism Consortium ในปี 2563
ตั้งราคาเอง ได้รับเงินเต็มจำนวน และมีเสียงในการกำหนดกติกา
ทำงานในระบบวินเดิมที่มีอยู่ ไม่ถูกดึงออกจากจุดจอด และไม่ถูกลงโทษด้วยระบบคะแนน
จ่ายค่าส่งตามจริง เห็นต้นทุนอย่างโปร่งใส และเงินยังหมุนอยู่ในชุมชน
ที่ภูเก็ต ตามสั่ง-ตามส่งร่วมกับ GIZ และมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมภูเก็ต ดำเนินโครงการ “Less Plastics in Phuket” โดยเปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียว มาเป็นปิ่นโตที่ใช้ซ้ำได้
โครงการนี้เชื่อมโยงกับโครงการ “Rethinking Plastics – Circular Economy Solutions to Marine Litter” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปและกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี


ในกรุงเทพฯ ลูกค้าสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ร้านค้าจำนวนน้อยที่มีทางเลือกให้ และการต้องจัดการบรรจุภัณฑ์หลายแบบกลายเป็นภาระ
ความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายในพื้นที่ และการพูดคุยอย่างต่อเนื่องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายพร้อมกัน
โครงการที่ภูเก็ตแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ในการบูรณาการเป้าหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
งานวิจัยระยะถัดไปเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างโมเดลสหกรณ์หลายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ภูเก็ต กับโมเดลสหกรณ์ผู้ทำงานที่วางแผนไว้ที่สุราษฎร์ธานี โดยพิจารณาทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงานและคุณภาพของความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย